ทุน คปก. พร้อมตอบโจทย์รัฐบาล หวังปั้นนักศึกษา ป.เอก ผลิตงานวิจัยพื้นฐานเชิงลึก ที่สร้างผลกระทบเชิงพาณิชย์

ศ. นพ.สุทธพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ปฐมนิเทศโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) รุ่นที่ 20” ณ โรงแรม เดอะสุโกศล กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 26-27 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานในการเปิดงาน ปฐมนิเทศโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) รุ่นที่ 20 ณ โรงแรม เดอะสุโกศล กรุงเทพฯ โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาที่ได้รับทุน คปก. มีความรู้ ความเข้าใจทราบถึงทิศทางระบบสนับสนุนทุนต่างๆ ของโครงการ ตลอดจนสร้างเครือข่ายระหว่างนักศึกษาที่ได้รับทุน

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ นพ.สุทธิพันธ์ ผอ.สกว. ได้บรรยายถึงยุทธศาสตร์ของ สกว. ในปี 2560 -2564 โดยสังเขปว่า ทิศทางการสนับสนุนทุนของ สกว. นับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา จะเน้นการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนประเทศไทยไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) โดยผลักดันการงานวิจัยที่สร้าง “ผลกระทบ” (Impact) ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เน้นการทำงานวิจัยที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ เป็น Demand side Research ดังนั้นแม้ว่าการทำวิจัยในการศึกษาปริญญาเอกจะเป็นการทำงานวิจัยเพื่อมุ่งเน้นผลงานตีพิมพ์ทางวิชาการ แต่อาจต้องมีการปรับตัวและปรับมุมมองถึงผลกระทบจากงานวิจัยมากขึ้น (Research to Impact) เน้นการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์มากขึ้น นอกจากนี้ทุน คปก. ไม่ได้สนับสนุนเพียงด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ในปีนี้มีการสนับสนุนนักศึกษาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์กว่า 13.5% ซึ่งเป็นความพยายามของ สกว. ที่ต้องการมุ่งเน้นการสนับสนุนให้ครอบคลุมทุกศาสตร์ในทุกมิติ  

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “งานวิจัยเชิงลึกที่นำไปสู่การสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม”

ด้าน ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ได้ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “งานวิจัยเชิงลึกที่นำไปสู่การสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม” โดยมีใจความสำคัญว่า การเติบโตเศรษฐกิจของประเทศขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี ประเทศที่ส่งออกเทคโนโลยีได้จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีสูงขึ้น โดยใน ปี 2560 ไทยเสียเงินนำเข้าเทคโนโลยีคิดเป็นมูลค่า 130,000 ล้านบาท ไม่นับรวมมูลค่าการนำเข้าเครื่องจักร ในอดีต ไทยเคยมีจีดีพีสูงกว่าจีน แต่นับตั้งแต่ ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน จีนกลับมีจีดีพีแซงหน้าไทย ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจากไทยมีการลงทุนด้านวิจัยน้อย จึงทำให้เศรษฐกิจโตด้วยการวิจัยน้อย

สถาบันการจัดการนานาชาติ หรือ IMD สถาบันซึ่งเป็นที่ยอมรับเรื่องการจัดลำดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่มีผลต่อการตัดสินใจต่อการลงทุน ระบุว่า ในปี 2561 ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์อยู่ในลำดับที่ 42 จาก 69 ประเทศ จากที่ในปี 2560 เราอยู่อันดับ 48 และในปีนี้ ไทยมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพิ่มมากขึ้นเป็น 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากที่ในปี 2559 มีมูลค่าการลงทุนด้านนี้เพียง 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการลงทุนจากภาคเอกชน 73% ภาครัฐบาล 27% โดยในภาคเอกชน ยังคงมีนักศึกษาปริญญาเอกน้อยมาก แสดงว่าภาคเอกชน ยังเกิดการสร้างงานวิจัยเชิงลึกไม่มาก แต่การออกจากกับดับประเทศรายได้ปานกลาง ต้องอาศัยภาคเอกชน ถ้าไม่มีเอกชนเทคโนโลยีในประเทศก็จะเติบโตยาก สิ่งที่ควรทำ คือการลงทุนภาคเอกชน ลงทุนในนักวิจัย ผลิตผู้ประกอบการ สร้างแพลตฟอร์มการสร้างนวัตกรรมที่เปิดกว้าง โดยปัจจุบันทิศทางการพัฒนานวัตกรรมของไทย คิดวิจัยเชิงเทคนิคอย่างเดียวไม่พอ ต้องคิดโมเดลของการนำไปใช้ โดยอนาคตหลังจากนี้จะมีการทำวิจัยแบบสเปียร์เฮด โปรแกรม (Spearhead Program)  หรือการสนับสนุนโครงการวิจัยขนาดใหญ่ ที่ใช้ความต้องการของภาคธุรกิจและเอกชนเป็นฐาน โดยใช้งบวิจัยของทั้ง 2 ภาคส่วนร่วมกันเพื่อสร้างนวัตกรรมที่มีผลทางธุรกิจ อย่างผลิตภัณฑ์หรือบริการคุณค่าสูง อันจะเป็นการเป็นการยกระดับการวิจัยของประเทศ ที่ตรงความต้องการและก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างสูง (High impact) มากขึ้น

ต่อมาได้มีการบรรยายจาก ดร.ภิเศก เกิดศรี จาก บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ในหัวข้อเรื่อง “Be Ready for change : commercial innovation” และ อาจารย์นิกม์ พิศลยบุตร ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะ บรรยายเรื่อง “Taking your Research to Market” ที่ให้ข้อมูลและแสดงตัวอย่างของการผลิตผลงานวิจัยที่ต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์และสามารถเพิ่มมูลค่าในสินค้าและผลิตภัณฑ์สร้างเม็ดเงินให้กับประเทศได้มากขึ้น

ศ. ดร.ศุภศร วนิชเวชารุ่งเรือง ผู้อำนวยการโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.)

ในวันที่ 2 ของการปฐมนิเทศ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภศร วนิชเวชารุ่งเรือง ผู้อำนวยการโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ได้กล่าวแนะนำและให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ สกว.  และ คปก. เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องระบบการให้ทุน โดย คปก. เป็นโครงการของรัฐที่ให้ทุนวิจัยระดับปริญญาเอก เพื่อผลิตผลงานวิจัยและนักวิจัยระดับปริญญาเอกที่มีคุณภาพสูงในมหาวิทยาลัยไทยให้ได้มาตรฐานสากล บริหารจัดการโดย สกว. ซึ่งให้ความสำคัญสูงสุดต่อคุณภาพที่เข้มงวดและระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ คณะรัฐมนตรีมติเห็นชอบให้ก่ตั้งโครงการตั้งแต่ วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 มีนักศึกษาสำเร็จการศึกษารุ่นแรกในปี พ.ศ.2544 กว่า 21 ปี ของการก่อตั้งมีการผลิตนักศึกษาปริญญาเอกแล้วกว่า 3,289 คน ที่จบการศึกษาออกไปเพื่อทำงานในองค์กรภาครัฐ เอกชน การจัดงานครั้งนี้มุ่งหวังให้นักศึกษาผู้รับทุน ได้ทราบรายละเอียดของโครงการ ทราบถึงระบบสนับสนุนทุนของทาง คปก. สร้างเครือข่ายระหว่างนักศึกษาด้วยกันเอง ตลอดจนทำความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่ในโครงการที่ตนเองประสานงานด้วยตลอดระยะเวลารับทุน

 

 

 

ต่อมา น.สพ.ดร.รัฐจักร รังสิวิวัฒน์ ประธานชมรมนักเรียนทุน คปก. และคณะ ได้แนะนำการทำงานของชมรมนักเรียนทุน คปก. บอกเล่าประสบการณ์ส่วนหนึ่งในช่วงเข้ารับทุนจากโครงการ พร้อมแจ้งช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างนักศึกษาในรุ่นเดียวกัน ระหว่างชมรม และพี่ๆเจ้าหน้าที่โครงการ เพื่อให้การทำงานวิจัยของนักศึกษา คปก.รุ่นที่ 20 ดำเนินไปถึงเป้าหมาย

ผู้อำนวยการ คปก. ถ่ายภาพกับวิทยากรผู้ร่วมเสวนาบนเวทีเรื่อง “ถอดประสบการณ์การสร้างธุรกิจจากงานวิจัยเชิงลึก”

ในช่วงท้ายของการจัดงาน มีการจัดเวทีเสวนา “ถอดประสบการณ์การสร้างธุรกิจจากงานวิจัยเชิงลึก” จากนักวิจัยผู้มีเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์การในการทำธุรกิจที่ต่อยอดมาจากการทำงานวิจัยเชิงลึก ประกอบด้วย

  1. น.สพ.ดร.วินัย โชติเธียรชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เวทซูพีเรีย และ ผู้ก่อตั้ง เวลเทคไบโอเทคโนโลยี ร่วมเสวนาประเด็น “เอ็น แคปซูเลซันเทคโนโลยี”
  2. ศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมเสวนาประเด็น “ธุรกิจสารเซซามีนที่สกัดจากงาดำ”
  3. ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเสวนาประเด็น “ธุรกิจผลิตภัณฑ์ความงามด้วยงานวิจัยหอยทากสายพันธุ์ไทย” และ
  4. ดร.วิบูลย์ ปิยวัฒนเมธา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

โดยจากเวทีดังกล่าวได้ข้อถกคิดที่สำคัญว่า งานวิจัยพื้นฐาน (Basic Research) ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักศึกษาปริญญาเอก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากนักศึกษาได้ติดตั้งซอฟท์แวร์ความรู้ มองภาพอนาคตถึงงานวิจัยของตนที่มีโอกาสนำไปต่อยอดและเกิดผลกระทบต่อประเทศได้ด้วยก็จะเป็นการดียิ่งขึ้น

บรรยากาศภายในงาน “ปฐมนิเทศโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) รุ่นที่ 20” 

 
 
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพ
https://www.trf.or.th/trf-events-activities/12203-20th-rgj-orientation