สกว.จับมือราชบัณฑิตแนะปชช.รู้ทันอีโบลา

สกว.และสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา จัดเสวนารู้ทันไวรัสอีโบลา หวังกระตุ้นให้ภาคประชาชนรู้เท่าทันความรุนแรงและเตรียมรับมือหากเกิดการระบาดในประเทศไทย โดยคาดว่าวัคซีนที่กำลังทดลองในคนจะสามารถนำมาใช้ได้ภายในปีนี้

           10 มีนาคม 2558 --- ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พร้อมด้วย ศ. ดร.สมศักดิ์ ดำรงค์เลิศ ราชบัณฑิตและประธานสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา เป็นประธานการเสวนาเพื่อเผยแพร่ความรู้แก่สังคม ครั้งที่ 1 เรื่อง “รู้ทันไวรัสอีโบลา: โรคติดเชื้อร้ายแรง” ซึ่งจัดโดยความร่วมมือระหว่าง สกว.และสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภาเพื่อเผยแพร่ความรู้และผลงานวิจัยสู่สังคมให้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจ รวมทั้งให้สังคมตระหนักถึงโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาและการป้องกันหากมีการระบาดในประเทศไทย

ศ. นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ราชบัณฑิต กล่าวถึงความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับไวรัสอีโบลาทั้งต้นเหตุและการระบาด รวมถึงการชันสูตรทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาเชื้อไวรัสอีโบลาที่สามารถทำได้โดยการตรวจหาแอนติเจนในห้องชันสูตร ซึ่งจะรายงานผลได้ภายใน 5-8 ชั่วโมง รวมถึงการเพาะเชื้อบนเซลล์เพาะ และการตรวจเลือดซึ่งจะต้องทำในห้องปฏิบัติการที่มีระบบชีวนิรภัยระดับสูง อย่างไรก็ตามทุกวิธีสามารถทำได้ในประเทศไทยแต่ยังไม่มีการักษาจำเพาะโรคและวัคซีนป้องกัน มีเพียงการรักษาประคับประคอง ได้แก่ ทำหัตถการแบบรุกล้ำให้น้อยที่สุด รักษาสมดุลอิเล็กโตรไลต์และสารน้ำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำให้สารด้านการแข็งตัวของเลือดในระยะแรกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดแบบแพร่กระจาย ให้สารช่วยการแข็งตัวของเลือดในระยะท้ายเพื่อควบคุมไม่ให้เลือดออก รักษาระดับออกซิเจน บรรเทาอาการปวด และใช้ยาต้านเชื้อแบคทีเรียหรือยาต้านเชื้อราเพื่อรักษาการติดเชื้อซ้ำซ้อน ทั้งนี้รายงานข่าวจากองค์การอนามัยโลกแจ้งว่ามีชุดทดสอบแบบรวดเร็วชุดใหม่ที่ผ่านการรับรองแล้วและมีการจำหน่ายทั่วไปได้จากบริษัทในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสามารถทราบผลได้ภายใน 15 นาที มีความแม่นยำในการระบุการติดเชื้อร้อยละ 92 และระบุผู้ไม่ติดเชื้อร้อยละ 84 ทำให้ช่วยประหยัดเวลาคัดกรองเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการกักตัวผู้ติดเชื้อที่รวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งสะดวกเพราะไม่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าจึงทดสอบได้ในคลินิกชุมชนและหน่วยตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ในประเทศที่ขาดแคลนเครื่องอำนวยความสะดวกโดยเฉพาะในแอฟริกาที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง

ขณะที่ ศ. นพ.ยง ภู่วรวรรณ ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา และศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สกว. กล่าวถึงวิทยาไวรัสของอีโบลา ได้แก่ อาการ การรักษา การป้องกัน ว่าจำเป็นต้องพัฒนายาที่ป้องกันไม่ให้ไวรัสอีโบลาเข้าสู่เซลล์ได้ แต่โอกาสที่คนไทยจะได้รับเชื้อมีค่อนข้างยาก จากการประเมินพบว่าคนป่วยสามารถแพร่กระจายโรคได้เพียง 1.5 คน ต่างจากหัดและคอตีบที่แพร่เชื้อได้มากกว่า นอกจากนี้อัตราตายยังขึ้นกับอายุ (ยิ่งอายุมากยิ่งเสี่ยงมาก) สถานะรายได้ต่อหัวของประชากร (ยิ่งรายได้ต่ำยิ่งสุขภาวะไม่ดีมีโอกาสเสี่ยงมาก) มีโอกาสที่จะกลายพันธุ์ได้ยาก สิ่งสำคัญคือ การยืนยันความถูกต้องในการตรวจหาเชื้อตัวอย่างทดสอบแต่ละขั้นตอน สำหรับการพัฒนาวัคซีนนั้นขึ้นกับความคุ้มทุนของภาคเอกชน การทดลองจึงต้องอาศัยห้องปฏิบัติการชีววิทยาชั้นสูง (ระดับ 4) โดยส่วนนั้นสนใจวัคซีน T-705 favipiravir ของญี่ปุ่นที่ผลิตขึ้นเพื่อรักษาไข้หวัดใหญ่แต่นำมาทดลองกับเชื้ออีโบลาด้วย ผลปรากฏว่าสามารถยืดเวลาการเสียชีวิตของหนูทดลองได้ ขณะที่จีนมีการคิดค้น JK-05 แต่ไม่ปรากฏผลแม้จะศึกษามาถึง 5 ปีแล้ว ส่วนวัคซีนที่เป็นความหวังของโลกขณะนี้คือของอังกฤษและอเมริกาที่กำลังอยู่ระหว่างการทดลองในมนุษย์ “รัฐบาลจะต้องสนับสนุนการวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐานเพื่อนำไปสู่การพัฒนาวัคซีนอย่างจริงจัง และแม้ปัจจุบันโรงพยาบาลจุฬาฯ จะมีห้อง BSL3 แล้ว แต่ส่วนตัวก็คิดว่าไม่จำเป็นที่ประเทศไทยจะลงทุนสร้างห้อง BSL4 สำหรับควบคุมเชื้ออีโบลาโดยเฉพาะ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณสูงมาก”

ส่วน ศ.ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สกว. เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา โดยคาดว่าจะสำเร็จในปีนี้โดยเริ่มจากผู้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ระบาดโดยตรง ก่อนจะขยายไปยังกลุ่มผู้มีกลุ่มเสี่ยง สำหรับแอนติบอดีที่กำลังศึกษาขณะนี้เป็นแอนติบอดีสายเดี่ยวที่มีขนาดเล็กกว่าปกติถึง 5 เท่า และจำลองภูมิคุ้มกันของมนุษย์ โดยเน้นเรื่องการจับกับโปรตีนเป้าหมาย 3 ตำแหน่งของเชื้อไวรัสอีโบลาที่ชื่อ GP2, VP35 และ VP40 เพื่อจะเข้าไปบล็อกไม่ให้เชื้อโรคเหล่านี้ทำงานได้และย่อยสลายไปในที่สุด ทั้งนี้แอนติบอดีดังกล่าวมาจากมนุษย์จึงคิดว่าจะมีความปลอดภัยมากกว่าแอนติบอดีจากสัตว์ “สิ่งที่น่ากลัวในอนาคตคือ นิปปาห์ไวรัสจากค้างคาวและโรคติดเชื้อจากสัตว์อื่นๆ เช่น พยาธิที่มากับอาหาร จากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”

4

ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) 

 

5

ศ. ดร.สมศักดิ์ ดำรงค์เลิศ ผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา

 

9

ศ.นพ.ยง บรรยายวิทยาไวรัสอีโบลา

 

8

ศ. นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ราชบัณฑิต

 

7

ศ.ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สกว.

 

3

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ

http://www.trf.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=6293:2015-03-10-11-56-33&catid=44&Itemid=369